แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกล็ดความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

Personality
เรื่องโดย อ.ประณม ถาวรเวช


องค์กรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถทสิ่งที่ยิ่งใหญ่จนได้รับคำชื่นชมว่ามีความสำเร็จได้ทั้งนั้น ขอเพียงมีองค์ประกอบในการทำงานดี ความสำเร็จก็รออยู่ไม่ไกล
องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ ผู้นำต้องดี
ถ้ามีผู้นำดี ลูกน้องก็ไม่หลงทาง องค์กรก็ไม่เป๋ จะคิดอะไร จะทำอะไร ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ

นี่คือ 10 องค์ประกอบของผู้นำที่ทรงประสิทธิภาพ ที่ทุกองค์กรต้องมองหา
ตัดสินใจเด็ดขาด ผู้นำที่รู้จักตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มักมีคุณสมบัติพิเศษควบคู่กันอยู่อีกประการหนึ่งเสมอคือ มักถูกต้องและมีเหตุมีผล เขามักจะเป็นคนที่พูดจาคำไหนคำนั้น ถือได้ว่าเป็นผู้นำที่ดีที่สุดของลูกน้อง บางครั้งการตัดสินใจดูเหมือนจะใช้ความคิดของตนเป็นใหญ่ ไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ เพราะเขากำลังอยู่ใน บทบาทซึ่งเป็นผู้นำ และเขาจะติดตาม รับผิดชอบไปจนเสร็จสิ้นทั้งกระบวนการ ถ้าผู้นำมีความมุ่งมั่น ตัดสินใจเร็ว ไม่โลเล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยๆ ลูกน้องก็จะเกิดความมั่นใจ เชื่อถือ และสามารถทำงานได้โดยไม่สะดุดบ่อยๆ ผิดกับเจ้านายที่โลเลต่อการตัดสินใจ ลูกน้องก็มักจะมีบุคลิกภาพแบบนักรีรอ ไม่พร้อมจะทำ ไม่พร้อมจะลุย ไม่พร้อมจะตัดสินใจ และไม่พร้อมจะรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

 

  1. มีเป้าหมายชัดเจน

นอกจากจะเฉียบขาดแล้ว ผู้นำที่มีจุดยืน มีอุดมการณ์ หรือมีจุดหมายที่ชัดเจน ก็เป็นที่ต้องการเป็นอย่างยิ่ง จุดหมายที่องค์กรมีร่วมกันโดยมีนายเป็นผู้ถือธงนำนั้น ก็เหมือนกับทั้งทีมได้เห็นเส้นชัยหรือหลักชัยที่ต้องเดินไปให้ถึง ถ้ามีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนแล้ว เราก็สามารถมุ่งหน้าไปยังจุดๆ นั้นได้ง่าย และเร็วขึ้น เพราะเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ คนที่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่นั้น ย่อมดีกว่าเดินไปคิดลังเลไป เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

  1. รู้จักใช้คน


Put he right man in the right job. ยังใช้ได้ดีในทุกสถานการณ์ และทุกที่ ผู้นำที่ดีต้องรู้จักลูกน้องของตนว่าใครเหมาะที่จะทำอะไร งานไหนควรให้ใครรับผิดชอบ คนไหนเก่งอะไร มีข้อบกพร่องด้านใดอยู่บ้าง ก็พยายามแก้ไขให้เขาสมบูรณ์แบบขึ้น ใครขาดใครเกินส่วนไหน ก็ปรับแต่งให้ลงตัว อย่างนี้จึงจะเรียกว่า บริหารคนเป็น การรู้จักนิสัยใจคอ ความชอบส่วนตัวของลูกน้อง นอกจากจะทำให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว ยังเป็นข้อหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ผู้นำเอาใส่ใจต่อลูกน้องของเขาเป็นอย่างดี

  1. ซื่อสัตย์


นอกจากจะเป็นคนที่ทำงานเก่งแล้ว ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างของความซื่อสัตย์ต่อองค์กรด้วย เขาควรจะบริหารค่าใช้จ่ายภายในอย่างเป็นธรรมถูกต้อง ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบให้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ การมีเจ้านายเป็นคนเก่ง และเป็นคนดีที่ไว้ใจได้ อาจพูดได้ว่าเป็นโชคทบของลูกน้องที่ได้ร่วมงานด้วยเลยทีเดียว และคุณสมบัติเช่นนี้ก็จะเป็นแบบอย่างให้ลูกน้องตระหนักถึงคุณลักษณะที่ดีของเขา เขาควรจะยิ่งต้องยึดถือความสัตย์ซื่อเป็นสรณะตามไปด้วย

  1. สนับสนุนลูกน้อง


ผู้นำที่ดีต้องให้โอกาสลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา เปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานที่พิสูจน์ความสามารถของเขาด้วย งานใดจะส่งเสริมให้ความสามารถของลูกน้องโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ ก็ควรสนับสนุน ไม่ใช่แย่งผลงานและโอกาสในการสร้างผลงานของลูกน้องมาเป็นผลงานของตัวเองหมดเสียทุกครั้งไป ให้โอกาสเขาได้เจริญเติบโต พร้อมทั้งผลักดัน สนับสนุน ให้สร้างเสริมความสามารถให้ยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆ ผู้นำที่ดีต้องสร้าง ลูกน้องให้เก่งขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าเขาจะเลื่อนขั้นขึ้นมาทำงานแทนได้ในภายภาคหน้า

  1. มีมนุษยสัมพันธ์ดี


ผู้นำที่ดีต้องมีมนุษยสัมพันธ์ดี ทั้งในและนอกองค์กร บางครั้งนอกองค์กรนายอาจจะเป็นคนนิสัยดีเยี่ยม อัธยาศัยดี น่าคบหา แต่กับคนใกล้ตัวอย่างลูกน้องในองค์กร นายอาจจะเปลี่ยนนิสัยไปอยู่ขั้วตรงข้าม อย่างนั้นก็นับเป็นผู้นำที่ใช้ไม่ได้ นายที่ดีต้องไม่ลืมข้อนี้ แค่ทักทาย ถามไถ่ทุกข์สุขลูกน้อง ขอบคุณเมื่อเขาทำงานให้ ให้รางวัลหรือคำชมเชย เมื่อเขาทำในสิ่งซึ่งน่าชมเชย เหล่านี้เป็นต้น นายที่ดีต้องรู้จักยืดหยุ่น มีอารมณ์ขัน อาจมีการพบปะสังสรรค์กันนอกเวลางานบ้าง เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน และจะส่ง ผลให้การทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น

  1. รู้จักรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง


ผู้นำที่เอาแต่พูดๆๆๆ อยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่ฟังความคิดเห็นหรือคำอธิบายของลูกน้องเลย นับเป็นเจ้านายที่ปิดกั้นตัวเองอย่างยิ่ง แน่นอนว่าเจ้านายมักมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่า มีความรู้มากกว่าลูกน้อง แต่การไม่ยอมรับฟังอะไรจากใครเลย ก็ไม่เป็นผลดี เพราะบางทีลูกน้องอาจมีข้อเสนอดีๆ ที่นายมองข้ามไป หรืออาจมีคำ อธิบายที่ฟังขึ้นในความผิดพลาดของงานที่นายมองไม่เห็น การฟังลูกน้องพูดหรืออธิบายบ้าง จะช่วยให้ลูกน้องทำงานอย่างสบายใจ ไม่รู้สึกกดดันมากนัก เมื่อมีปัญหาเขาจะกล้ามาถามหรือเสนอแนะในข้อที่เขาเห็นว่าเป็นทางเลือกที่ดี แค่รู้จักฟังลูกน้องให้มากขึ้นเพียงนิดหน่อย ก็จะกลายเป็นผู้นำหรือเจ้านายที่น่ารักขึ้นอีกโขเชียวค่ะ

  1. บุคลิกภาพต้องดีเยี่ยม


เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง ผู้นำหรือเจ้านายควรเป็นผู้มีบุคลิกดี แต่งกายเหมาะสมกับรูปร่าง หรือ ฐานะทางสังคม ต้องดูสะอาดสะอ้าน ดูสุภาพ เข้างานสังคมได้อย่างไม่ขัดหูขัดตา และมีบุคลิกดึงดูดใจ น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ถ้าคุณเป็นผู้นำหรือนายที่ความสามารถเป็นเลิศอยู่แล้ว แต่บุคลิกภาพกลับดูแย่ อย่างนี้ก็ถือว่าก็ยังมีข้อบกพร่องให้ลูกน้องรู้สึกไม่ดีได้ จึงโปรดอย่าตกม้าตายด้วยเรื่องง่ายๆ เรื่องนี้

  1. มีศิลปะในการเจรจา


ขอเพียงพูดด้วยความนุ่มนวล พูดอย่างรู้จักไตร่ตรอง รู้จักสถานการณ์ รู้คิด รู้กาลเทศะ และรู้จักคนที่เรากำลังเจรจาด้วย ความสำเร็จก็รออยู่ไม่ไกล ในการพูดนั้นต้องคิดก่อน มีการเตรียมการมาก่อน ความคิดต้องไม่สับสน พูดอย่างสั้น กระชับ ตรงประเด็น จริงใจ เป็นธรรมชาติ ใช้เสียงที่ดังพอประมาณ คือให้คู่สนทนาได้ยินชัดเจน หากมีผู้ร่วมสนทนาหลายคน ทุกคนต้องได้ยินเสียงพูดอย่างทั่วถึงกัน พูดจาต้องมีหางเสียง มีจังหวะจะโคนที่ราบรื่น มีเสียงหนักเบาเพื่อเน้นความสำคัญของสิ่งที่พูด และไม่ทำให้รู้สึกเบื่อ สายตาควรจับจ้องไปยังผู้ฟังถ้วนทั่ว และเมื่อพูดจบ จงแสดงท่าทีว่าคุณพร้อมแล้วที่จะรับฟังความเห็นของคนอื่น ไม่ปิดกั้น ไม่คิดว่าสิ่งที่คุณพูดไปนั้นดีที่สุด ถูกต้องที่สุดกว่าคนอื่นๆ แต่มันมีความถูกต้องรอบคอบอย่างที่สุดแล้ว จากความคิดของคุณ คนอื่นๆ มีความคิดเห็นอย่างไร ต้องเปิดโอกาสให้เขาแสดงออกมา เพื่อได้รับแรงสนับสนุน หรือหากถูกค้าน ก็เป็นโอกาสที่เราจะอธิบายเพิ่มเติมได้

  1. มีความเป็นผู้นำ


ความเป็นผู้นำนี้แหละ สำคัญสูงสุด และลอยตัวอยู่เหนือเพศสภาพ คนเป็นผู้นำไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาเป็นเพศใด แต่เขามีความคิดที่เฉียบคม ที่การลงมือที่เฉียบขาด และมีการประสานงานที่เฉียบแหลม เขามักอยู่ข้างหน้าผู้อื่นเสมอ ทั้งการคิด การแสดงความคิดเห็น การลงมือทำ และความรับผิดชอบ เขาต้องพร้อมจะผิดก่อนคนอื่น และอธิบายถึงความผิดพลาดนั้นอย่างกล้าหาญ ถูกต้อง และแสดงภูมิรู้ว่าเขาเกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ พร้อมกันนี้เขาก็พร้อมจะนำพาทุกคนให้ก้าวพ้นความผิดพลาดนั้นๆ ปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง เข้าใจองค์กรและเห็นใจผู้ร่วมงาน ประสานประโยชน์ขององค์กรและผู้ร่วมงานได้ดี ได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากผู้ร่วมงานในทุกระดับ
ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่า องค์กรใดที่มีผู้นำมีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน ความก้าวหน้าก็รออยู่ข้างหน้าที่ไม่ไกลนัก เมื่อเชื่อก็ลองดูค่ะ

สุนทรภู่ ว่าไว้ โอ้ห้าไฮ้ ไฮไฟฟ์ แสนไฮเทค
ผู้ใหญ่ เด็ก วัยรุ่นหมกมุ่นยิ่ง
เล่นเป็นบ้า เล่นเป็นวัน เล่นกันจริง
ทั้งชายหญิง เมามัว มั่วโลกีย์
ลงประวัติ รูปถ่าย ขายรูปลักษณ์
ให้รู้จัก ทั้งตัว ทั่วกรุงศรี
รูปสวยสวย หล่อหล่อ ล่อคนดี
เหยื่อราคี ลุ่มหลง ลงบ่วงกาม
“หวัดดีเธอ อยากรู้จัก น่ารักนะ
เธอคงจะ ไม่ว่า ถ้าฉันถาม
ขอเมลล์เธอ ได้ไหม ไม่ได้ทราม
ขอแค่ความ สัมพันธ์ฉัน เพื่อนยา”
“แอดด์แล้วนะ เมนท์แล้ว เมนท์กลับด้วย
รูปเธอสวย ให้ไฟฟ์ ไปแล้วจ้า
แล้วคุยกัน ในเอ็ม เต็มเต็มนา
อย่าลืมมา ทักกัน ละกันเธอ”
พอแผนการ สานไป ได้สักพัก
ได้รู้จัก พาที ดีเสมอ
เหยื่อตายใจ ถึงเวลา ข้าขอเบอร์
แล้วนัดเจอ ฤกษ์ดี ขยี้กาม
ศีลกาเม สุมิจฉา นี้ว่าไว้
ลูกเมียใคร อย่าผิด คิดรุ่มร่าม
ตั้งสติ พิศลักษณ์ จักพองาม
อย่าหลงตาม รูปไป จนใจเมา.
จาก thaihosttalk ครับ  ยิงฟันยิ้ม

ก่อนการเกิดแผ่นดินไหว
       1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
       2. ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
       3. ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
       4. ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
       5. อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
       6. ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
       7. ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกัน เพื่อมารวมกันอีกครั้ง ในภายหลัง
       8. สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว
       1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
       2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง
       3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
       4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
       5. อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
       6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
       7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
       8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง

หลังเกิดแผ่นดินไหว
       1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
       2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
       3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
       4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟหรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
       5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
       6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
       7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
       8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
       9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง
       10. อย่าแพร่ข่าวลือ

แหล่งข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

นิตยสาร Auto Build ทดสอบความสิ้นเปลืองของน้ำมัน 3 ประเภท โดยใช้รถเก๋ง Mazda 3 2.0 ลิตร 3 คัน ได้ผลดังนี้(ระยะทาง 360 กม.)

  • คันที่ 1 ใช้เบนซิน 95 (32.69บาท/ลิตร) เฉลี่ย 12.3 กม/ล ใช้น้ำมันไป 29.26 ลิตร เป็นเงิน 956.5 บาท

  • คันที่ 2 ใช้แก๊สโซฮอว์ 95 (29.69 บาท/ลิตร) เฉลี่ย 11.8 กม/ล ใช้น้ำมันไป 30.5 ลิตร เป็นเงิน 905.5 บาท

  • คันที่ 3 ใช้ E 20 (26.69 บาท/ลิตร) เฉลี่ย 10.5 กม/ล ใช้น้ำมันไป 34.28 ลิตร เป็นเงิน 915 บาท

รถทุกคันขับตามสภาพปกติใช้ความเร็วระหว่าง 100-140 สรุป ได้ว่าแม้ อี 20 จะราคาถูกกว่า 95 ถึงลิตรละ 6 บาท แต่มีอัตราสิ้นเปลืองมากกว่าถึงเกือบ 20 % ทำให้สูญเงินแตกต่างกันน้อยมาก ส่วนแก๊สโซฮอว์ 95 ราคาถูกกว่า 95 อยู่ 3 บาท และแพงกว่า อี 20 อยู่ 3 บาท แต่ด้วยอัตราสิ้นเปลืองอยู่ระหว่างกลาง พอคิดเป็นเงินกลับประหยัดได้ดีที่สุด

บทความ 17 ประเภทของมนุษย์ MSN ฉบับแมวน้อย ...


ประเภทแรก : อกหักรักคุดตุ๊ดเมิน เกย์ไม่เอา ทอมไม่แล กระเทยทิ้ง
ประเภทนี้หลายๆคนคงจะเห็นกันบ่อยคือชื่อที่ตั้งใน MSN จะเป็นอะไรที่เน่ามากๆ ไม่เคยคิดที่จะ
ใช้ชื่อแบบอื่นเลย ในหัวมีแต่ความรักลอยเต็มหัว ไม่มีเวลาจะไปคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องรักๆใคร่ๆ
ตัวอย่างชื่อที่ใช้ก็เช่น 'ฉัน เป็นห่วง เธอ ..มากเลยรุ้มั้ย' , 'อีกไม่ช้าไม่นานใจเธอจะต้องเปลี่ยนไป
จากฉัน', 'หรือเราจะรักกันไม่ได้อีกแล้ว' , 'ขาดเธอเหมือนขาดใจ' พอเถอะค่ะ.....จะอ้วกแล้ว
ประเภทที่ 2 : Away ทั้งชาติ
ประเภทนี้คือตลอดเวลาที่ออน MSN จะมีสถานะเป็น Away ตลอด Online = ตั้งสถานะ Away
แต่จริงๆแล้วก็อยู่หน้าคอมฯ หรือบางทีอาจจะไม่อยู่เลย......
ประเภทที่ 3 : สิ้นคิด
สมกับชื่อประเภทที่บอกไปข้างต้นเพราะพวกเขาเหล่านี้จะตั้งช่อใน MSN โดยใช้ชื่อที่สั้นๆ เช่น
ใส่ '........' เป็นชื่ออย่างเดียว หรือ '- -' รึไม่ก็ทศนิยมตัวเดียว แทบจะเห็นชื่อของคนประเภทนี้
เป็นสีขาวหรือว่างเปล่าไปเลยเวลามองใน List รายชื่อ ซึ่งที่ตั้งชื่อแบบนี้อาจจะเป็นเพราะอยู่ใน
อาการจิตตก....หรือขี้เกียจพิมพ์....หรือนึกไม่ออกว่าจะใช้ชื่ออะไรดี
ประเภทที่ 4 : หัวศิลป์
ใครที่จะอ่านชื่อของมนุษย์ MSN ประเภทนี้ขอให้ทำใจเพราะบางทีตัวอักษรที่พวกเค้าใช้ตั้งในชื่อนั้น
จะไปคัดสรรค์มาอย่างดีจาก Character Map ซึ่งศิลป์ขนาดที่ว่าอ่านกันไม่รู้เรื่องเลยทีเดียว
ชื่อที่มนุษย์ MSN ประเภทนี้ใช้ก็เช่น 'Ś ┬ ŕ ά ỳ Ć ά ┬ ć Ћ Ψ' (ก็ชื่อเรานี่แหละค่ะ ฮา~)
ประเภทที่ 5 : ออน MSN ผ่านมือถือ
มนุษย์ MSN ประเภทนี้ชอบออน MSN ผ่านมือถือ แต่พวกเขาเหล่านี้จะไม่ Chat หรือยินดีอยาก
ให้มีคนทักมาหาเลย เพราะเวลาเปิดดูข้อความ/ส่ง MSN ผ่านมือถือมันต้องเสียตังค์..... อีกเหตุผล
นึงก็คือในมือถือมันพิมพ์ยาก+มันไม่แสดงผลชื่อเป็นสีหรือตัวหนาบางทำให้ชื่อคนที่ส่ง
ข้อความมา
นั้นยาวเหยียด.....ก็มันไม่มี MSN Plus นี่นา
ประเภทที่ 6 : ออน 24 ชม.
พวกเค้าคือมนุษย์ MSN อย่างแท้จริงหากพวกเค้ายังมีชีวิต หากพวกเค้าต่อเน็ท จะต้องออน MSN
เสมือนว่าชั้นยังมีตัวตนชั้นยังไม่หายไปไหน เมื่อคุณออน MSN ทุกครั้งคุณจะเห็นพวกเขาเหล่านี้ Online
อยู่ใน List คุณเสมอๆจนน่ากลัว....ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย ค่ำ จนถึงตี 4 ตี 5 ยันเช้าเลยก็มิปาณ แต่พวกเขา
จะอยู่หน้าคอมรึเปล่าก็อีกเรื่องนึง
ประเภทที่ 7 : Busy ทั้งชาติ
ประเภทนี้จะต่างกับ Away ก็ตรงที่พวกเค้าอาจจะทำอะไรที่เป็น Full Screen อยู่ซึ่งระบบจะขึ้น
Busy ให้อัตโนมัติ(ถ้าตั้งค่าเอาไว้) ทักหาพวกเขาไปก็จะไม่ตอบกลับรึอาจจะตอบกลับมาว่า
'ไม่ว่างเล่นเกมอยู่' ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักๆของมนุษย์ MSN ประเภทนี้
ประเภทที่ 8 : สบถ/บ่น อย่างเดียว
เหมือนกับชื่อประเภทที่กล่าวมาคือมนุษย์ MSN ประเภทนี้จะตั้งชื่อ MSN ไว้ระบายความเครียด
บ่นรึสบถเพียงอย่างเดียว แล้วออนให้ชาวบ้านเห็นซึ่งเวลาที่เห็นชื่อมนุษย์ประเภทนี้ใน List รายชื่อ
จะชวนให้รู้สึกแย่/รำคาญ ได้ไม่มากก็น้อย และถ้าหากทักไปขณะที่พวกเขาใช้ชื่อแบบนี้อยู่ คุณอาจจะ
โดนพวกเค้าสบถ/บ่นกลับมอย่างทันควัน เพราะขณะนั้นพวกเค้าจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
ประเภทที่ 9 : Chat กระจาย คีย์บอร์ดกระเด็น MSN ค้าง
ประเภทนี้เมื่อพวกเขาเข้า M สิ่งที่จะต้องทำคือทักทุกคนที่ขวางหน้าและ Chat อย่างเมามันส์ ในรายชื่อ MSN ของมนุษย์ประเภทนี้จะมีรายชื่อที่ Add ไว้เยอะมากมายไม่ต่ำกว่า 100 รายชื่อ บ้างก็อาจจะมากถึงหลายร้อยเลยทีเดียว ที่มีมากมายขนาดนี้เพราะพวกเค้าพยายามที่จะหาคนคุยด้วยอยู่ตลอดเวลา
ประเภทที่ 10 : หน้าม่อ/หูดำ/หน้าเป็นอลูมิเนียม
ประเภทนี้จะเป็นเฉพาะผู้ชายซะส่วนใหญ่และพวกนี้จะไม่ต่างจากประเภทที่ 9 เท่าไหร่นัก ต่างกันตรงที่แทนที่พวกเขาจะ Chat แต่กลับเป็นม่อแทน พวกนี้จะหมายหา Mail ของผู้ ญ เท่านั้น ในรายชื่อพวก
เค้าแทบจะไม่มีผู้ชายเลย ซึ่งเมื่อทักไปหาคนพวกนี้แล้วถามว่าได้ Mail มายังไง พวกเค้าก็มักจะตอบว่า
'ได้มาจากใน Exteen กั๊บ' , 'ในบอร์ดกั๊บ' , 'เพื่อนให้มากั๊บ' ซึ่งชะตากรรมพวกนี้จะจบลงด้วย
'Block and Delete'
ประเภทที่ 11 : Infecter !!! (ตัวแพร่เชื้อโรค)
ประเภทนี้อันตรายกว่าประเภทที่ 10 มาก เพราะพวกเค้าเหล่านี้ส่วนมากจะเป็นพวกใช้คอมฯไม่เป็น
รึไม่ก็เสพย์ติดการเปิดเว็ปโป๊ จนทำให้ Spyware และ Virus หมักหมมอยู่ในตัวเครื่องจนมันแพร่
ออกมาทาง MSN ของพวกเค้าคอยส่งความรำคาญให้ชาวบ้านแบบสุดๆ ชะตากรรมไม่ได้ต่างไปจาก ประเภทที่ 10 คือ
'Block and Delete'
ประเภทที่ 12 : ปัญญาอ่อนในโลก Cyber (Cyber Syndrome)
ประเภทนี้เป็นประเภทที่สื่อสารได้ยากมากที่สุด พวกเค้าเหล่านี้ไม่มีความสามารถในการเขียนหรือพิมพ์
แต่อย่างใดใน MSN หรือในโลกของจอมอนิเตอร์เลยเสมือนบุคคลพิการทางสมองก็มิปาน ถามไปก็ตอบ
ไม่เป็นศัพท์ ไม่ได้ความ คนละเรื่อง จนต้องใช้วิธีโทรศัพท์ไปคุยแทน แต่จริงๆแล้วก็เป็นคนปกตินี่แหละ
ประเภทที่ 13 : ภาษาวิบัติ/ภาษา Emotion
ประเภทนี้คล้ายๆกับประเภทที่ 12 แต่พวกเขาไม่ได้ ปญอ.ในโลกจอมอนิเตอร์แต่กลับใช้ภาษาวิบัติ
หรือไม่ก็ภาษา Emotion ในการสนทนาแทน จึงทำให้คนอื่นๆไม่อยากจะคุยกับมนุษย์ MSN ประเภทนี้
เพราะมันทำให้ผู้ที่ Chat ด้วยปวดหัวอย่างมาก (คิดว่ามันโก้มากหรือไง....)
ประเภทที่ 14 : นักปราชญ์
ถ้าได้อ่านชื่อ MSN ของคนประเภทนี้คุณจะตรัสรู้เป็นพระอรหันต์เลยก็มิปาณ เพราะชื่อ MSN
ของพวกเค้าเหล่านี้จะเป็นปรัญญาหรือคำคม คติธรรม อุดมการณ์ไปซะหมด
ประเภทที่ 15 : มือใหม่หัดเล่น MSN
ก็อย่างที่ชื่อบอกพวกเค้าจะทำอะไรไม่ค่อยเป็นไม่ว่าจะส่งไฟล์ แชร์ไฟล์ แชร์ไวท์บอร์ด เปิดเว็ปแคม
ฯลฯ เพราะพวกเค้าส่วนมากจะไม่ใช่คนที่เล่นคอมฯเป็นชีวิตหรือเป็นคนที่พึ่งหัดเล่นคอมฯ จึงไม่ค่อยเข้าใจการพูดจาหรือสังคมในเน็ทมากนัก แล้วที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือพวกเค้าเหล่านี้ยังไม่มีสัมมาคาราวะเท่าที่ควร เพราะพวกเค้าส่วนมากคิดว่าการที่เค้าพิมพ์ผ่านจอมอนิเตอร์กับการพูดคุยกันในโลกของความจริงมัน
ต่างกันจึงพูดจาไม่ค่อยมีมารยาทนัก เช่น รู้ว่าคุยกับรุ่นพี่ก็ยังพูด 'เออ' , 'รู้แล้ว' พูดจาไม่มีหางเสียงเป็นต้น
ประเภทที่ 16 : มนุษย์ค้างคาว
ประเภทนี้จะออน MSN ตั้งแต่เวลาเย็นไปจนถึงเวลากลางคืนหรือบางทีอาจจะถึงเช้า ส่วนเวลากลางวันนั้นเอา
ไปพักผ่อนจึงไม่ได้ออน MSN จะพบมนุษย์ MSN ประเภทนี้มากในช่วงเดือนเมษายนที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก
ในเลากลางวัน ที่ใช้เวลาอยู่ตอนกลางคืนนั้นอาจเป็นเพราะพวกเขาเหล่านี้ทนอากาศร้อนในตอนกลางวันไม่
ไหว
จึงหันมาใช้ชีวิตในเวลากลางคืนแทน
ประเภทที่ 17 : เกรียน
ประเภทสุดท้ายนี้ไม่อยากจะให้คำจำกัดความให้ปวดหัวเพราะทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว.....ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิต
ประเภทนี้ได้ Mail ของพวกเราชาวมนุษย์ไป Add ได้อย่างไร.....

สัญลักษณ์กลุ่มผู้ชมรายการ

  • ย (รายการยอดแย่)
    คือ รายการแย่ที่สุดที่เรามี แต่ไม่รู้ ทำไมเราไม่ถอดออกเสียที
  • ห (รายการโหดเหี้ยม)
    รายการเหี้ยมโหด ข่ทขืน ตบจูบๆ หากพบฉากดังกล่าวกรุณา สวมแว่นตาสักครู่ หรือเอามือปิดตาไว้ก็ได้ หาก มีเด็กนั่งดูอยู่ใกล้ๆ ก็ถีบมันไปไกลๆก่อน
  • ร (รายการร้อนแรง)
    รายการร้อน ไม่จำกัดความแรง ยิ่งเผ็ดยิ่งอร่อย ไม่สนรนอื่น แม้แต่คุณภาพ ยิ่งเฉาะยิ่งแฉยิ่งดี
  • ง (รายการทำเงิน)
    รายการโกยเงินมหาศาล ตราบใดที่ยังมีคนโง่คอยบริโภค ใครจะว่าอย่างไร ปีหน้าก็ยังไม่ถอดแน่นอน
  • นน (รายการน้ำเน่า)
    รายการน้ำเน่าสนิท ส่วนมากะบได้หลังข่าว เหมาะกับทุกเพศทุกวัน ที่นิยมมวยหญิง พระเอกเป็นเลวรังแกนางเอก อีนางเอกก็เป็นคนดียอมให้เค้ารังแก เสียเนื้อเสียตัว อีตัวอิจฉาก็ร่านๆไปหาพระเอก ทั้งเรื่องตัวแสดงไม่ต้องทำงานมีเงินใช้ล้นฟ้า เดินไปเดินมา อยู่ตามห้างสรรพสินค้า
  • IM15 (รายการนำเข้า)
    รายการอิมพอร์ต จากเมืองนอกเมืองนา ซีรีย์ยอดฮิตติดงอมแงมอย่างบ้าคลั่ง เน้นเยาวชน 15 ปีขึ้นเป็นหลัก
  • งง (รายการงี่เง่า)
    รายการงี่เง่าแห่งชาติ ไม่เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีสติ
  • บ (รายการเบาปัญญา)
    รายการบั่นทอนปัญญา เอารางวัลมาล่อบ้างจัดฉากบ้าง

Firefox Logo


รูปภาพต้นแบบของ logo firefox

...

...

จริงๆแล้วต้นแบบ firefox น่าจะมาจากอันนี้มากกว่าครับ อิอิ เหมือนเด๊ะ


<<< ลิงคลิกดู capture หน้าจอ ของ hi5 นายกสมัครนะครับ
ย้ำ ของ นายกสมัคร
นายกสมัคร
นายกสมัคร
นายกสมัคร
นายกสมัคร
นายกสมัคร.....

แหมทำไปได้นะทั่น

ปล. ทำไม add หญิงเยอะนักหว่า ฮ่าๆๆๆ

หลังจากหายไปหนึ่งวันเต็มๆ ผมไปทำการทดลองเกี่ยวกับ net true ได้แล้วครับ :P


Objective: เพื่อหาวิธีลดการหลุดจากการเชื่อมต่อของเนท true หรือป้องกันการหลุดการเชื่อมต่อ


Venue: บ้านผมเอง ย่านวัชพล แขวงคลองสามวา ติดกับเขตสายไหม หลังบ้านเป็นทุ่งนา


Phone Number: 02978XXXX


Equipments:


[list]


[li]Modem จาก true ยี่ห้อหัวเฟ่ย(เหว่ย)[/li]


[li]Wireless router ASUS 500g Premium[/li]


[li]ADSL Splitter (จาก true)[/li]


[li]โทรศัพท์บ้านไร้สายยี่ห้อ fujitel ซื้อลดราคามาถูกๆ[/li]


[li]Notebook (ASUS M9)[/li]


[/list]


Equipment COnnection: แบบปกติ สายโทรศัพท์ต่อ adsl splitter แยกเข้าโทรศัพท์แล้วก็โมเด็ม ช่อง LAN ของโมเด็มต่อเข้ากับเร้าเต้อไร้สายอีกที ส่วนคอมพิวเตอร์เป็น notebook ใช้ไร้สายเหมือนกัน


Method:


เริ่มจากการเอาเบอร์ทรูนั่นแหละ โทรออกไปหาทรูเอง ปรากฏว่าหาย แต่ก็จะใช้ได้ไม่นาน ประมาณ สองชั่วโมงก็จะเริ่มหลุดใหม่อีกครั้ง


ในเมื่อวิธีโทรออกใช้ไม่ค่อยได้ผล ผมสงสัยว่าจะเป็นที่ router wireless ของผม จึงย้ายสาย LAN มาต่อตรงเข้าโน๊ตบุ๊ค แล้วเชื่อมต่อตามปกติ ปรากฏว่าสามารถใช้ได้นานกว่าเดิมประมาณสามชั่วโมง แต่มีครั้งหนึ่งเพียงสามสิบนาทีก็หยุด จึงสรุปว่าไม่ได้ผลเหมือนเดิม และอธิบายได้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ wireless router


จากนั้นผมก็ต่อ wireless router กลับเข้าเหมือนเดิม ทีนี้ลองแก้สายที่ต่อผ่าน adsl splitter ออก โดยเอาสายโทรศัพท์ต่อโดยตรงเข้าโมเด็มเลย ไม่ต้องต่อโทรศัพท์ ปรากฎว่าหลุดเหมือนเดิมครับ ประมาณสองชั่วโมงหลุด สรุปได้ว่า adsl splitter ไ่ม่เป็นปัญหา โทรศัพทไร้์สาย ที่ต่ออยู่ก็ไม่มีผลต่อการต่อเนทในขั้นนี้ :(


สุดท้าย(ทนไม่ไหวแล้ว) จึงย้ายจุดเชื่อมต่อสายโทรศัพท์จากชั้นล่าง ไปชั้นบน ยกอุปกรณ์ไปหมดครับยกเว้นโทรศัพท์ไร้สาย โดยนำทั้งหมดไปต่อที่ชั้นบน แต่ชั้นล่างวางโทรศัพท์ไร้สายอย่างเดียว ผลปรากฎว่า สามารถใช้งานได้โดนไม่หลุด! โอ้วจ๊อต มันยอดมาก อาการหลุดหายไปเลยครับ ซาร่ายังงง! :o


ผลสมมติฐานว่า โทรศัพท์ไร้สาย หรือมือถือ อาจจะมีผลต่ออินเตอร์เนทความเร็วสูงๆนะครับ เนื่องจากคลื่นความถี่ของโทรศัพท์ไร้สายพวกนี้ (ซึ่งไม่แน่ใจว่าเท่าไร) จะไปรบกวน สัญญาณ adsl ที่อยู่ในสายโทรศัพท์ เนื่องจากการเหนี่ยวนำ หรือว่าแทรกแซงเชิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าน่ะครับ :-\


Conclusion: การวางโทรศัพท์ไร้สายข้างๆ หรือใกล้ หรือใ้กล้เคียง หรือทับกัน หรือซ้อนกัน หรือเกืิอบถึงกัน กับอุปกรณ์จำพวก wireless router หรือ ADSL modem ส่งผลต่อเสถียรภาพของการเชื่อมต่อของอุปกรณ์นั้นๆ


note: ผมใช้วิธีนี้ต่อมาสามวันแล้วยังไม่หลุดเลยครับ :D :D :D เพื่อนคนไหนมีปัญหาแนวนี้ก็สามารถลองปรับเปลี่ยนแก้ไข ตามแนวทางของผมได้เลยครับ เหมือนๆกับการค้นหาจุดเสียในรถยนต์น่ะครับ ไล่ไปเรื่อยๆ


คนไหนหลุดๆติดๆอยู่ก็ขอให้หายไวๆนะครับ


komgrit_su




Technorati :

Del.icio.us :

Zooomr :

Flickr :

From last post about how to solve Exhaust Memory, if the problem continue the last one to solve is this


Put this line to your .htaccess file.


php_value memory_limit 32M


And restart.


Good Luck!




Technorati :

Del.icio.us :

Zooomr :

Flickr :

It's easy. only one thing you need to do is adding


ini_set("memory_limit","32M");


to the top of your code. Done! This is for people who does not have your own host; perhaps hosting at somewhere like godaddy.com, as mine. The normal way to do is you have to edit php.ini which belong to server root folder or where else, i'm really not sure to push up the max memory limit of their server.


By doing this you dont' need to do anythis else.


Goodluck.




Technorati : ,

Del.icio.us : ,

Zooomr : ,

Flickr : ,

เทคนิคของคุณ asiram เอามาฝากกัน นามว่า mass method (แต่ก่อนเรียก mass keyword แต่เปลี่ยนเพื่อให้เกิดความถูกต้องนะครับ)


------------------


"ผมจะเล่าเทคนิคของผมที่ใช้ให้ฟังแต่ก็ขอความเห็นเพื่อนๆดัวย เผื่อว่าจะมีอะไรที่ผมผิดพลาด


เริ่มเลยแล้วกัน


แนวคิดหลักของผมคือ ในโลก cyber ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมองให้มันเป็น mass ที่ผมเจอช่วงแรกๆของการทำ aff กับ ppc ขาดทุนไปเป็นแสน แต่ผมได้ความจริงอยู่อย่าง keyword ที่ดีๆ ctr ดี convertion ดี search เยอะๆ ส่วนใหญ่ เจ้าของเวปเค้าจะลงมาเล่นเอง เราคงไปสู้ bid เค้าไม่ได้เลยต้องหา key ที่คู่แข่งน้อย แต่ถ้าจะต้องมานั่ง track ทีละ key ก็ตาย


แก้ไขหน่อย ไม่ใช่ว่าจะไม่ track ทีละ key เลย แต่จะมา track ทีหลังคือหลังจากมีคลิกแล้ว จะดูว่าในแต่ละวัน key ไหน มีคลิกเยอะเป็นพิเศษก็จะ track เฉพาะ key นั้นดูว่าคุ้มป่าว convertion ดีป่าว ถ้าไม่ดี ก็เอาออกแล้วก็ดูเลือกช่วงเวลาตั้งแต่เริ่ม add key ว่า key ไหนมีคลิกเยอะ ก็ trackแล้วดู convertion ถ้าไมคุ้มก็เอาออกดูจำนวนคลิกซัก ไม่เกิน 50 คลิก ไม่ต้องรอ 100-300 คลิกหรอก


ถ้า product ดีจริง ต้องติดภายใน 50 คลิก ต้องมี order อย่างน้อย 3-5 orderเวปที่ผมทำ คลิกแรก ก็ติดเลย


คิดดู ในโลก cyber มี keyword จริงๆเท่าไหร่ ไม่มีใครรู้อาจจะ 100 ล้าน 1000 ล้าน key ผมว่า มัน infinity มากกว่าผมเลยใช้วิธี หา keyword ที่เกี่ยวกับตัวเวป ให้มากที่สุด แล้วอัดเข้าไปเลย


บิดเท่าที่เราจะรับไหว ไม่ต้องไปแข่งบิด แล้วรอดูผลถ้า key ไหน ไม่มี search ใน 1 เดือน เอาออกถ้า key ไหน search แล้ว ads อยู่สูงกว่า 10 เอาออกแต่ก็ต้อง track เป็น group อาจจะ group ละ 500-1000 keyถ้า group ไหน convertion ไม่ดี เอาออก


เรื่อง keyword ที่ ctr ดี convertion ดี search ไม่เยอะมาก แต่ก็ไม่น้อยเกินไป มันมีอยู่จริงผมเจอมากับตัวเอง มีอยู่ key หนึ่ง คู่แข่งเพียบ bid แทบตายแต่รู้ป่าว แค่ วรรค แล้วต่อด้วย s แค่เนี่ย ads ผมไปอยู่อันดับ 1 แล้วยังมี key แปลกๆ ที่นึกไม่ถึง เช่น ปกติเราใช้ www. แต่ก็ยังมีคนใช้ wwww. ผมถึงกับอึ้ง มี search ทุกวัน มีคลิกทุกวัน convertion ดีด้วยผมจะไม่เสียเวลามานั่ง track keyword ทีละตัว เพราะยังมี key อีกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่รอให้ใช้อยู่


อย่างใน yahoo account ผมใช้ keyword ได้แค่ 50000 แค่ 3 วัน ผมก็ใช้หมดแล้ว แต่ในแต่ละวันจะมี key ที่มี search อยู่ประมาณ 10000-20000 key มันจะสลับกันไปมา


ส่วนเรื่อง convertion จริงๆแล้วผมจะดูแบบรวมๆ ว่าแต่ละวันได้รายรับเท่าไหร่ จ่ายค่า ads เท่าไหร่ ถ้ายังไม่พอใจก็ปรับ keyword เป็นหลักส่วน ads ผมไม่ค่อยปรับเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเขียน ads ให้รู้ตรงๆเลยว่ามีอะไรบ้าง คลิกเข้าไปแล้วจะต้องทำอะไรบ้างไม่ชอบเขียน ads ที่เย้ายวนให้คลิก เพราะ ctr ดี แต่ convertion ไม่ดี


ตอนนี้คิดออกแค่นี้ถ้าคิดอะไรออกอีก ผมจะมา update อีกที


่ช่วยออกความเห็นกันด้วยคับจะชมจะด่าจะติจะเตียน เต็มที่คับ ยังไงก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่


asiram"




Technorati :

Del.icio.us :

Zooomr :

Flickr :

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า


ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก




2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส


นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก




3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน


เตรียมโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก




4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ


ผสมโยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี




Technorati :

Del.icio.us :

Zooomr :

Flickr :

'โรคหัวใจ' ทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรน้ำ (ตา) ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก 'โรคหัวใจ' เป็นบ่อเกิดของความแตกแยก หย่าร้าง ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย การรักษาโรคตามอาการไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทางดีที่สุดคือ การป้องกันหัวใจไม่ให้เป็นโรค ขณะที่โรคหัวใจวายอาจเป็นสาเหตุของความตายอันดับต้นๆ อาการ 'หัวใจ Y' กลับทำให้สดชื่นแจ่มใสหัวใจ Y (Y = Young) คือหัวใจที่เป็นหนุ่มสาวเสมอ ไม่รู้เหนื่อย ไม่รู้แก่ ต่อไปนี้คือ เทคนิครักษาสภาพหัวใจของคนที่รักกัน เคยรักกัน และ/หรืออยากรักกันมากขึ้น (สามารถเลือกใช้ได้มากกว่าหนึ่งวิธี) :



1 เทคนิคใช้ความอุ่น (Heart Warming)


เป็นเทคนิคโบราณ เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ยังไม่ล้าสมัย เทคนิคนี้เน้นการให้ความอบอุ่นกับคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เช่น ก่อนแต่งงานเคยมอบกุหลาบแดงแก่คนรัก หลังแต่งงานแล้วห้าปีสิบปี ก็ยังมอบให้ตลอดเรื่อยๆ (ไม่มีข้ออ้างราคาดอกไม้สูงขึ้นกี่เปอร์เซนต์) ก่อนแต่งงานไปรับส่งแฟน หลังแต่งงานก็ยังไปรับส่ง (ไม่มีข้ออ้างเรื่องไม่ว่าง)เทคนิคนี้เป็นหลักสำคัญของการถือไม้เท้ายอดทอง ถือกระบองยอดเพชร



2 เทคนิคเปลี่ยนหัวใจ (Heart Transplant)


การเปลี่ยนหัวใจนี้ทำได้ง่ายมาก นั่นคือเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ทำในสิ่งที่เรารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้จักคิดถึงหัวอกกันและกันสม่ำเสมอ จะไม่มีความบาดหมางใดๆ มากวนใจ อนึ่ง อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 99.25 เปอร์เซนต์



3 เทคนิคการทำบายพาส (Bypass Surgery)


ในกรณีที่ท่านประสบอุปสรรคในชีวิตคู่ ให้ปล่อยเรื่องไม่ดีผ่าน (Bypass) ออกไปเสีย อย่านำเรื่องไม่ดีเข้าบ้านไม่เอาเรื่องไม่ดีของคนรักไปโพนทะนา เทคนิคนี้รวมถึงการไม่นินทาชาวบ้าน อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้ สูงถึง 98.5 เปอร์เซนต์



4 เทคนิคการทำบอลลูน (Heart Balloon)


ชีวิตเราต้องเจอเรื่องไม่ดีแทบทุกวัน เทคนิคนี้สอนให้เรารู้จักปล่อยวาง สิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แก้ปัญหาเสียเรียนรู้จากประสบการณ์ แต่ไม่เก็บไว้ในใจข้ามปีข้ามชาติ รู้จักลอยตัวให้เบาสบายเหมือนลูกบอลลูน





5 เพิ่มระดับความหวาน (Heart Glucose)


แปลกแต่จริง ความหวานไม่มีผลเสียต่อหัวใจเหมือนต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ จงเติมความหวานเข้าไปในหัวใจให้สูงเข้าไว้ เอ่ยคำว่า 'รัก' ต่อคนรักบ่อยเท่าที่ต้องการ (อย่างน้อยวันละครั้งก่อนหรือหลังอาหาร หรือก่อนนอน)เชื่อเถิด กระทรวงสาธารณสุขทั่วโลกรับรองมาแล้วว่าเทคนิคนี้ไม่มีอันตรายอ ย่างแน่นอน


(อ่านที่เหลือต่ออีก 10 ข้อโพสต์หน้านะครับ)




Technorati : ,

 
Serenity Blogger Template